All for Joomla All for Webmasters

(๒๖มิถุนายน ๒๕๖๐)  พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้การต้อนรับ นายคีริลล์ บาร์สกี (Mr. Kirill Barsky) เอกอัครราชฑูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ณ ห้องประชุม  ชั้น ๒๐  อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.mnre.go.th/ewt_news.php?nid=14515

(๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๐)  คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๐ เพื่อพิจารณาท่าทีของราชอาณาจักรไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ ๔๑ ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ ๒ – ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ณ เมืองคราคูฟ สาธารณรัฐโปแลนด์ โดยวาระการประชุมที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับราชอาณาจักรไทย ดังนี้ 
            ๑. วาระที่ 41COM 7B State of conservation of properties inscribed on the World Heritage List: รายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลก จำนวน ๒ เรื่อง ได้แก่ พื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น –ขาใหญ่ และนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 
           ๒. วาระที่ 41COM 8A Tentative Lists submitted by States Parties as of 15 April 2017: การรายงานข้อมูลแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติที่ขอบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ซึ่งจัดส่งก่อนวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๐ จำนวน ๑ เรื่อง ได้แก่ พระธาตุพนม กลุ่มสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้อง 
            นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาเรื่องการนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก อีกทั้ง ที่ประชุมได้เห็นชอบองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ ๔๑ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้เอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงปารีส เป็นหัวหน้าคณะ และเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองหัวหน้าคณะ
            การประชุมในครั้งนี้  พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ ๒/๒๕๖๐ ณ ห้องประชุม ๔๐๑ ชั้น ๔ อาคารสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)  โดยมี พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคนที่ ๑ นายสุภาค โปร่งธุระ รองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นรองประธานคนที่ ๒ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นรองประธานคนที่ ๓ พร้อมด้วย นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการ นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพรียง
 

(15 มิถุนายน 2560) เวลา 13.30 น. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทยจัดการประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ครั้งที่ 1/2560เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าในการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำโขง ความก้าวหน้าของการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมภายใต้แผนปฏิบัติการระดับประเทศ พ.ศ. 2559 - 2563 การศึกษาบริหารจัดการและพัฒนาที่ยั่งยืนในลุ่มน้ำโขงรวมถึงการศึกษาผลกระทบของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขงสายประธาน โดยมีพลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมณ ห้องประชุมสายชล ชั้น9 กรมทรัพยากรน้ำ
        ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าว ได้มีการพิจาณาในประเด็น ดังนี้
         1. การดำเนินการโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากแบง ของ สปป.ลาว ตามระเบียบปฏิบัติของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง เรื่อง การแจ้งการปรึกษาหารือล่วงหน้าและข้อตกลง
         2. ผลการหารือไม่เป็นทางการระหว่างคณะทำงานกรณีโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากแบงสปป.ลาว
         3. ข้อเสนอหลักการแบ่งปันผลประโยชน์เพื่อเตรียมการรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการพัฒนาของโครงการในแม่น้ำโขงสายประธาน
         4. โครงสร้าง ความพร้อมและการกำหนดท่าทีหลักของ TNMC ต่อการดำเนินการของศูนย์บริหารจัดการและบรรเทาอุทกภัยระดับภูมิภาค
         5. การปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย และคณะอนุกรรมการด้านวิชาการฯ
 
 

(15 มิ.ย.60) นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค โดยมีนางสุณีย์ ปิยะพันธุ์พงศ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ,รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ,รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และผู้อำนวยการสิ่งแวดล้อมภาค1-16 พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม202 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การประชุมดังกล่าวฯ เป็นการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของคณะทำงานของคณะทำงานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระดับพื้นที่ ตามคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่19/2560 โดยในวันนี้เป็นการติดตามความก้าวหน้า 2 ด้าน ดังนี้
           1. คณะทำงานด้านขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย
           2. คณะทำงานด้านการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานด้วยกลไกของกลุ่มจังหวัด ในการนี้ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ย้ำถึงบทบาทของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระยะ20 ปี โดยกำหนดกรอบการทำงานให้ชัดเจน เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาต่างๆร่วมกันกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ก่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
 

วันนี้ (14 มิถุนายน 2560) นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน "องค์ความรู้จากนภา ผ่านภูผา สู่มหานที” โดยมีนางสุณีย์ ปิยะพันธุ์พงศ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมผู้บริหารระดับสูงของทส. นักเรียน และนักศึกษาเข้าร่วมงาน ณ ห้องบีซีซี ฮอลล์ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยองค์การจัดการน้ำเสีย ได้จัดกิจกรรมโครงการ "องค์ความรู้จากนภา ผ่านภูผา สู่มหานที” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงพระราชทานองค์ความรู้ที่มีคุณค่าด้านการจัดการน้ำเสีย โดยในงานได้จัดให้มีนิทรรศการ กิจกรรมต่างๆดังนี้ 
               1) การบรรยายพิเศษเรื่อง"องค์ความรู้จากนภา ผ่านภูผา สู่มหานที” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
          เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้บรรยาย 
               2) นิทรรศการการสร้างสรรค์การจัดการน้ำเสีย ตามแนวพระราชดำริ ,การแสดงผลงานการรักษาสิ่งแวดล้อม และ
          กิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม 
               3) การมอบประกาศเกียรติคุณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่มีผลงานด้านความร่วมมือการจัดการน้ำเสีย
          จำนวน 39 แห่ง 
               4) พิธีลงนามปฏิญญาว่าด้วยการรักษาสิ่งแวดล้อม
 
 

ที่มา http://www.mnre.go.th/ewt_news.php?nid=14418

t20170613132705 65973

วันนี้ (13 มิถุนายน 2560) เวลา 09.00 น. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6 (นนทบุรี) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น แนวทางการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายระดับพื้นที่ เพื่อกำหนดกรอบแนวทาง รูปแบบการปฏิบัติ ให้มีประสิทธิภาพ และรูปแบบการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมี นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะทำงานจัดทำแผนบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระดับพื้นที่ ได้เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ ผู้แทนจากภาคส่วนราชการ ผู้แทนจากส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร
          ในการจัดการประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับส่วนกลาง และระดับพื้นที่ เพื่อสังเคราะห์ให้เป็นแนวทางการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายในระดับพื้นที่ และนำไปเป็นคู่มือการปฏิบัติงานของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อไป นอกจากนี้ ได้จัดให้มีการเสนวนา "บทเรียนและทิศทางการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายระดับพื้นที่” ให้ข้อคิดเห็นการเชื่อมโยงนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายธนา ยันตรโกวิท รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ พันตำรวจเอกธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี
          อนึ่ง การประชุมดังกล่าว เป็นการดำเนินการโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6 (นนทบุรี) ในฐานะประธานคณะทำงานด้านขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดแนวทาง รูปแบบการปฏิบัติ และรูปแบบการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย และจัดทำแผนงาน/โครงการด้านการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมในระดับส่วนกลาง และระดับพื้นที่ ได้แก่ผู้แทนหน่วยงานใน 18 กลุ่มเขต อาทิ สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่นจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้แทนเทศบาล ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนพุทธศาสนา สถาบันการศึกษา ผู้แทน กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง จำนวน 120 คน

 

ที่มา http://www.mnre.go.th/ewt_news.php?nid=14399

 
นายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) เข้าร่วมการประชุม UN Conference to Support the Implementation of Sustainable Development Goal 14: Conserve and sustainably use the oceans, seas, and marine resources for sustainable development ในระหว่างวันที่ ๕-๙ มิถุนายน ๒๕๖๐ ณ สํานักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก (นายวีรชัย พลาศรัย) อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (นางสาวสุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ) รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (นายอนุพันธ์ อิฐรัตน์) รองอธิบดีกรมประมง ผู้แทนศูนย์บัญชาการการแก้ไขปัญหาการกระทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ
        ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กล่าวถ้อยแถลง โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ ๑๔ เรื่องทะเลและมหาสมุทร โดยได้บรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาล แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ ๑๒ ประเด็นสำคัญต่างๆ อาทิ (๑) ความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU fishing) โดยการปฏิรูปการทำประมงทั้งระบบ (๒) กำหนดให้การแก้ไขปัญหาขยะทะเลและมลพิษทางทะเลเป็นวาระแห่งชาติ มีมาตรการลดการใช้พลาสติกในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล และการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในระดับประเทศ และภูมิภาค โดยประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียน+๓ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในช่วงปลายปี 2560 และ (๓) การปกป้องพื้นที่คุ้มครองทางทะเล โดยจะเพิ่มพื้นที่ให้ได้ร้อยละ ๑๐ หรือประมาณ ๓๒,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ภายใน ๑๐ ปี
        ทั้งนี้ ได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิก UN ประชาคมระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้เสียร่วมกันอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อส่งต่อมรดกทางธรรมชาติให้แก่คนรุ่นต่อไป ทั้งนี้ ประเทศไทยประกาศคำมั่นโดยสมัครใจ (Voluntary Commitment) ๓ เรื่อง คือ (๑) การป้อง ยับยั่ง และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU Fishing) (๒) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลจากขยะทะเลและมลพิษทางทะเล และ (๓) การจัดการทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน รวมทั้งร่วมรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุม Our Ocean, Our Future: Call for action เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
 
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.mnre.go.th/ewt_news.php?nid=14329