All for Joomla All for Webmasters
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) พร้อมด้วยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (นายจตุพร บุรุษพัฒน์) รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (นายสุวรรณ นันทศรุต) เจ้าหน้าที่สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งประธานและผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการอนุสัญญาฯ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 13 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 8 และการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ สมัยที่ 8 (BRS 2017 COPs) ในระหว่างวันที่ 24 เมษายน - 5 พฤษภาคม 2560 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 1,600 คน เป็นผู้แทนจากภาคีสมาชิก 180 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งผู้สังเกตการณ์จากองค์กรภาคประชาสังคม และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีและของเสีย 

ทั้งนี้ คณะผู้แทนไทย ประสบความสำเร็จในการเจรจาให้มีข้อยกเว้นพิเศษสำหรับการใช้งานสาร คลอริเนทเตดพาราฟินสายสั้น (Short-chain chlorinated paraffin; SCCPs) ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ อาทิ การใช้เป็นส่วนผสมน้ำมันหล่อลื่น และสีเคลือบ โดยประเทศไทยจะมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่านอย่างน้อย 5 ปี เพื่อลดและเลิกใช้สารดังกล่าว ตามพันธกรณีของอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ ความสำเร็จในการเสนอชื่อผู้เชี่ยวชาญของประเทศไทย (ดร. นวลศรี ทยาพัชร ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ) โดยได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในคณะกรรมการพิจารณาทบทวนสารเคมี (Chemical Review Committee: CRC) ภายใต้อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ ต่อเนื่องอีก 1 วาระ ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 4 ปี ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งบทบาทของประเทศไทย ในเวทีการดำเนินงานระหว่างประเทศด้านการจัดการสารเคมีและของเสียอย่างต่อเนื่องต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมรัฐภาคีฯ ได้รับข้อเสนอของประเทศไทยในการสนับสนุนให้สำนักเลขาธิการอนุสัญญาบาเซล ริเริ่มการดำเนินงานในประเด็นเกี่ยวกับวัสดุนาโนที่เป็นของเสียอันตราย (nanomaterials in waste streams) เพื่อพิจารณาให้เกิดการจัดการภายใต้กลไกอนุสัญญาบาเซลฯ ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัยและจริยธรรมนาโนเทคโนโลยีของประเทศไทย
*หมายเหตุ* สาร SCCPs มีคุณสมบัติเป็นสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน ตามหลักเกณฑ์การกลั่นกรองในภาคผนวกของอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ คือ 1.มีความเป็นพิษ 2.ถูกย่อยสลายได้ยากโดยแสง สารเคมี ชีวภาพ และตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลานาน 3.สามารถเคลื่อนย้ายได้ไกลมาก และ4.มีคุณสมบัติละลายน้ำได้น้อยมากแต่ละลายได้ดีในไขมัน จึงทำใหมีการสะสมในไขมันของสิ่งมีชีวิต

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.mnre.go.th/ewt_news.php?nid=14040

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 1/2560 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมด้วย ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้หน่วยงานร่วมกันบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วต่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน เน้นการสร้างความรับรู้ความเข้าใจกับประชาชนในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ 
            นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่ารัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ทั้งปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม และน้ำเสียมาอย่างต่อเนื่อง จากการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในวันนี้ มีประเด็นสำคัญสรุปได้ดังนี้ 
            1. นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกันแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ ให้แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับแหล่งกักเก็บน้ำทั่วประเทศให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เน้นสร้างความรับรู้และความเข้าใจให้ประชาชนเพื่อให้พร้อมกับสถานการณ์น้ำที่แปรเปลี่ยนในแต่ละฤดูกาล และเร่งรัดจัดหาแหล่งน้ำในพื้นที่ขาดแคลนน้ำและทำระบบประปาให้ครบทุกหมู่บ้านตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ 
           2. การแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการปรับปรุงและฟื้นฟูแหล่งน้ำโดยความร่วมมือของกองทัพบกร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ จำนวน 22 โครงการ ในพื้นที่ 15 จังหวัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก และกระจายน้ำให้กับพื้นที่การเกษตร ประมาณ 2,600 ไร่ มีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 3.57 ล้านลูกบาศก์เมตร มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ 4 แห่ง ประกอบด้วย บึงบอระเพ็ด บึงสีไฟ กว๊านพะเยา และ หนองหาร โดยให้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำและกรมชลประทานร่วมกันศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากน้ำของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำสตึงนัม ซึ่งมีศักยภาพนำน้ำมาใช้รองรับการพัฒนาในพื้นที่ภาคตะวันออกได้ไม่น้อยกว่า 400 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำเป็นเจ้าภาพในการหารือเพื่อเร่งรัดการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำที่ได้ถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปแล้วประมาณหนึ่งหมื่นแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืนต่อไป
           3. ที่ประชุมเห็นชอบให้มีกลไกกลั่นกรองแผนงานบูรณาการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบครบวงจร โดยให้พิจารณาในแต่ละพื้นที่ (Area base) ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี 
           นอกจากนี้ กนช. ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำชุดข้อมูลสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชนในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบผ่านสื่อต่างๆ แบ่งเป็น 4 หมวดหลัก ได้แก่
               (1) การกักเก็บน้ำ ระบบส่งน้ำ และระบบการระบายน้ำในแต่ละสภาพภูมิประเทศ 
               (2) ข้อมูลสถานการณ์น้ำ จำแนกเป็นรายภูมิภาคและความเชื่อมโยงในการใช้น้ำร่วมกัน 
               (3) การดำเนินการของรัฐบาลทั้งที่เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยจำแนกเป็นปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และมาตรการระยะยาวที่มีความยั่งยืน 
               (4) ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นหากไม่มีการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.mnre.go.th/ewt_news.php?nid=14030

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2560 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ร่วมหารือแนวทางจัดทำแนวทางการมีส่วนร่วมระหว่าง กสทช. และ ทส. เพื่อให้การจัดการซากผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ ณ ห้องประชุมชั้น 20 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
     ในโอกาสนี้ พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายสากล ฐินะกุล อธิบดกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ได้หารือกับประธานและคณะอนุกรรมการส่งเสริมแผนกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม โดยได้มีการหารือในประเด็น รูปแบบการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนัก การให้ความรู้ความเข้าใจ รวมถึงความเป็นอันตรายของซากผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เกิดการลดปริมาณขยะที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน และเพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศต่อไปในอนาคต 

t20170427102055 63256t20170427102137 63260t20170427102521 63262

 วันนี้ 21 เมษายน 2560 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ร่วมจัดงานวันคุ้มครองโลก ปี 2560 ภายใต้แนวคิด "ผนึกพลังไทยทั้งชาติ ลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน" เพื่อเสริมสร้างความรับรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ซึ่งจะนำมาซึ่งการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการลดก๊าซเรือนกระจก
            โอกาสนี้ พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานพร้อมทั้งแสดงเจตนารมณ์เชิญชวนคนไทย มีส่วนร่วมลดโลกร้อน ซึ่งแนวทางในการดำเนินงานให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางบนฐานการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุลและยั่งยืนนั้น ทั้งนี้ ในการดำเนินงานให้ทุกภาคส่วนน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นหลักและแนวทางในการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน อีกทั้งส่งเสริมส่งเสริมให้มีการปลูกป่าในเมืองและเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ที่ประเทศไทยจะมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 20 ถึง 25 ภายในปี พ.ศ. 2573
            สำหรับกิจกรรมภายในงานมีดังนี้
            1. ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ เดินรณรงค์ลดโลกร้อน โดยเริ่มต้นจากด้านหน้าอาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
            2. การนำเสนอบทเพลงเทิดพระเกียรติ "พ่อแห่งแผ่นดิน” เพลง "ใต้เงาไม้แห่งแผ่นดิน” "แม่แห่งแผ่นดิน” เพลง "สายน้ำของแผ่นดิน”
            3. การมอบรางวัลชนะเลิศการประกวดเรียงความในหัวข้อ "คนไทยจะช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อนได้อย่างไร”
            4. การประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ "มหันตภัยโลกร้อนกับวิถีพอเพียง” ให้แก่เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายและมัธยมศึกษา
            5. การแสดงเจตนารมณ์และบทบาทในการมีส่วนร่วมลดโลกร้อนจากผู้แทนภาคเอกชน เมือง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 
t20170421155254 62958t20170421160616 62955t20170421155658 62969
 

t20170403141043 62282t20170403141034 62281t20170403141050 62283t20170403141115 62285t20170403141115 62285t20170403141212 62286

 

 วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม 2560 เลขาธิการศูนย์ความร่วมมือด้านไม้ไผ่และหวายระหว่างประเทศ (ICBR) พร้อมด้วยคณะผู้แทนระดับสูงจากกรมป่าไม้แห่งชาติจีน (State Forestry Administration of China) และผู้เชี่ยวชาญจาก INBAR เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องประชุมชั้น 20 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (27 มีนาคม 2560) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยมี นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวอรวรรณ นุ้ยภักดี ที่ปรึกษาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ. เข้าร่วมประชุมและรับฟังการชี้แจงแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากรบุคคล ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด
         โดยในการประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการคัดเลือกและสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง ซึ่งระบบการคัดเลือกต้องมีความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ จึงได้วางแนวทางในการพัฒนาการคัดเลือกและสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง ควบคู่และสอดคล้องกับระเบียบของสำนักงาน ก.พ.
          นอกจากนั้น ยังเปิดโอกาสให้ข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ถาม-ตอบข้อสงสัย เกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการในระดับต่างๆ และเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจแก่บุคลากรในทุกภาคส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
 

t20170328083554 61717

http://www.mnre.go.th/ewt_news.php?nid=13695